tobebiz|เรื่องที่ต้องรู้เมื่อมีบริษัทเป็นของตัวเอง
เอกสาร-บัญชี

ยอดที่บริษัทเป็นหนี้เจ้าของ ตัวเลขที่โตขึ้นทุกปีแล้วไม่ควรปล่อย

เผยแพร่ 26 กรกฎาคม 2569

รายการนี้ในงบการเงินเป็นเรื่องปกติสำหรับบริษัทเล็ก แต่ถ้าโตขึ้นทุกปีโดยไม่เคยลด มันกำลังบอกอะไรบางอย่างที่ควรฟัง


ในงบการเงินของบริษัทเล็กเกือบทุกแห่งจะมีรายการที่บอกว่าบริษัทเป็นหนี้กรรมการอยู่เท่าไหร่ การมีอยู่ไม่ใช่เรื่องผิดเพราะเจ้าของควักเงินส่วนตัวมาช่วยบริษัทเป็นเรื่องปกติในช่วงเริ่มต้น แต่สิ่งที่ควรดูคือทิศทางของตัวเลขนี้มากกว่าตัวเลขในปีใดปีหนึ่ง

ตัวเลขนี้เกิดขึ้นเมื่อเจ้าของเอาเงินส่วนตัวเข้ามาในบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการโอนเข้าบัญชีบริษัทเพราะเงินหมุนไม่พอ การจ่ายค่าของแทนบริษัทไปก่อน หรือการออกค่าใช้จ่ายต่างๆ จากกระเป๋าตัวเอง บริษัทจึงเป็นหนี้เราอยู่และวันหนึ่งควรคืนได้

ถ้าปีแรกยอดนี้สูงก็เป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะธุรกิจใหม่ยังไม่มีกระแสเงินสดของตัวเอง แต่ถ้าปีที่สามยอดยังโตขึ้นเรื่อยๆ และไม่เคยลดเลย นั่นคือสัญญาณที่ควรหยุดคิด เพราะมันแปลได้สองอย่าง อย่างแรกคือธุรกิจไม่ได้เลี้ยงตัวเองและต้องพึ่งเงินเจ้าของมาเติมตลอด ซึ่งเป็นปัญหาเรื่องรูปแบบธุรกิจที่ต้องแก้ ไม่ใช่แก้ด้วยการเติมเงินต่อไปเรื่อยๆ อย่างที่สองคือรายได้บางส่วนไม่ได้เข้าระบบ เงินสดที่รับมาไม่ได้บันทึกเจ้าของจึงต้องเอาเงินที่มีอยู่จริงมาโอนเข้าบัญชีบริษัทเพื่อให้จ่ายค่าใช้จ่ายได้ กรณีหลังนี่แหละที่ทำให้รายการนี้ถูกจับตามอง เพราะมันเป็นร่องรอยที่เห็นได้จากงบโดยไม่ต้องไปตรวจถึงหน้างาน

ถ้าเป็นกรณีแรกให้กลับไปดูรูปแบบธุรกิจว่าราคาที่ตั้งไว้พอกับต้นทุนไหม เก็บเงินลูกค้าช้าเกินไปหรือเปล่า หรือมีค่าใช้จ่ายที่ควรตัดออก เพราะการเติมเงินเข้าไปเรื่อยๆ โดยไม่แก้ต้นเหตุคือการยืดเวลาไปสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่าเดิม ส่วนถ้าเป็นกรณีที่สองทางแก้ไม่ใช่การทำให้ดูดีขึ้น แต่คือคุยกับผู้ทำบัญชีเพื่อจัดการให้ถูกต้อง และถ้ามีเงินคืนได้ก็ให้ทยอยคืนพร้อมทำหลักฐานให้ครบทุกครั้ง เพราะการที่ยอดนี้ลดลงเป็นสัญญาณที่ดีทั้งกับธนาคารและกับตัวเราเอง

ไม่ว่ายอดจะเป็นแบบไหน สิ่งที่ต้องมีตั้งแต่วันแรกคือสลิปโอนเงินทุกครั้งที่เอาเงินเข้าบริษัท บันทึกว่าโอนวันไหนเท่าไหร่เพื่ออะไร และสลิปตอนบริษัทคืนเงินให้เรา ถ้ายอดสูงหรือทำบ่อยควรถามผู้ทำบัญชีว่าต้องทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ เพราะมีเงื่อนไขทางภาษีที่เกี่ยวข้องซึ่งต่างกันไปตามรายละเอียดของแต่ละกิจการ สิ่งที่แย่ที่สุดคือมียอดค้างหลักล้านโดยไม่มีเอกสารอะไรเลยว่าเงินมาจากไหน