อยากเอาเงินจากบริษัทมาใช้ ต้องทำยังไงถึงจะถูก
ถอนเงินจากบัญชีบริษัทมาใช้ส่วนตัวเฉยๆ ไม่ได้ เพราะเงินบริษัทไม่ใช่เงินเรา มีสามทางหลักที่ทำได้และแต่ละทางมีผลต่างกัน
คำถามที่เจ้าของบริษัทใหม่ถามบ่อยที่สุดคือถ้าเงินในบัญชีบริษัทมีอยู่แล้วเราอยากเอามาใช้จะทำอย่างไร คำตอบสั้นๆ คือถอนออกมาเฉยๆ ไม่ได้ เพราะเงินก้อนนั้นเป็นของนิติบุคคลไม่ใช่ของเรา การจะโอนมาเป็นของเราต้องผ่านช่องทางที่มีชื่อเรียกและแต่ละช่องทางมีผลทางภาษีต่างกัน
ทางแรกคือเงินเดือนกรรมการ ซึ่งใช้ได้เมื่อเราทำงานให้บริษัทจริง บริษัทจ่ายเงินเดือนให้เราได้เหมือนพนักงานคนหนึ่ง ข้อดีคือเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทจึงช่วยลดกำไรที่จะนำไปคำนวณภาษีนิติบุคคล และเราได้เงินสม่ำเสมอทุกเดือน แต่สิ่งที่ตามมาคือบริษัทต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่ง ต้องยื่นแบบรายเดือน และตัวเราเองต้องนำเงินได้ก้อนนี้ไปยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย
ทางที่สองคือเงินปันผล ซึ่งทำได้เมื่อบริษัทมีกำไรและเสียภาษีนิติบุคคลเรียบร้อยแล้ว จึงแบ่งกำไรที่เหลือให้ผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนได้อย่างตรงไปตรงมา สิ่งที่ตามมาคือต้องมีกำไรจริงก่อน ต้องผ่านมติที่ประชุม และมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินปันผล ที่สำคัญคือเงินก้อนนี้ผ่านการเสียภาษีนิติบุคคลมาแล้วรอบหนึ่ง จึงเท่ากับเสียภาษีสองชั้น
ส่วนทางที่สามคือการรับคืนเงินที่เคยให้บริษัทยืม ถ้าก่อนหน้านี้เราเคยควักเงินส่วนตัวเข้าไปช่วยบริษัทและมีการบันทึกไว้ว่าบริษัทเป็นหนี้เราอยู่ การรับเงินคืนจะไม่ถือเป็นรายได้ใหม่จึงไม่มีภาระภาษี แต่ต้องมีหลักฐานว่าเคยให้ยืมจริง ไม่ใช่นึกจะเรียกว่าคืนเงินยืมตอนไหนก็ได้
การเลือกว่าจะใช้ทางไหนไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะขึ้นกับกำไรของบริษัท รายได้อื่นของเรา และแผนระยะยาว สิ่งที่ทำได้เลยคือคุยกับผู้ทำบัญชีก่อนสิ้นปี ไม่ใช่หลังปิดงบ เพราะเมื่อปิดงบไปแล้วจะย้อนกลับไปจัดโครงสร้างใหม่ไม่ได้ การคุยล่วงหน้าสักสองสามเดือนทำให้วางแผนได้ว่าปีนี้ควรจ่ายเป็นเงินเดือนเท่าไหร่และปันผลเท่าไหร่
สิ่งเดียวที่ห้ามทำคือถอนเงินสดออกมาโดยไม่มีคำอธิบาย เพราะรายการถอนที่ไม่มีเอกสารรองรับจะกลายเป็นคำถามในวันที่ถูกตรวจสอบ และเป็นคำถามที่ตอบยากที่สุดเนื่องจากเวลาผ่านไปแล้วเราเองก็จำไม่ได้ หลักง่ายๆ คือทุกครั้งที่เงินออกจากบัญชีบริษัท เราควรตอบได้ทันทีว่าออกไปเป็นค่าอะไร